SoftSQ · Engineering · Probation 120 Days

AI Workflow Lead — ระบบงานและ Roadmap 120 วัน

สรุปเชิงภาพจากเอกสาร Job Description · KPI · Probation ฉบับ 18 สิงหาคม 2026 ของคุณ Chaipipat Pidej — ใช้เป็นแผนที่อ้างอิงเดินงานตลอดช่วงทดลองงาน ไม่ใช่เอกสารทดแทนต้นฉบับที่ลงนามจริง

Reports to
Engineering Manager
Direct reports
ไม่มี
Work model
Hybrid · WFH 1 วัน/สัปดาห์
Career path
AI Workflow Lead → Senior → EM
Core KPI
K1 · K3 · K5 · K6
§01 · ขอบเขตและจุดต่อกับทีมอื่น

ตำแหน่งนี้เป็นเจ้าของอะไร และส่งต่อใครที่ขอบเขตไหน

AI Workflow Lead เป็น enabler/coach ข้ามทีม ไม่ใช่สายบังคับบัญชา และไม่ถือความเป็นเจ้าของ project delivery, การ audit process, bidding หรือเอกสารฝั่ง proposal เส้นทึบคือความร่วมมือที่ทำงานอยู่ประจำ เส้นประคือขอบเขตที่ต้องประสานผ่านเจ้าของจริงหรือเป็นการส่งมอบในอนาคต

รายงานตรง / อนุมัติ sunset → SA scope challenge coach + friction ประสานผ่าน EM สนับสนุนเทคนิค Engineering Manager ผู้ตัดสิน KPI ทุกตัว อนุมัติมาตรฐาน & งบ AI AI Workflow Lead Pipeline · Library · Verify · Cost Enabler / Coach — ไม่ใช่สายบังคับบัญชา Solution Architect (ยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง) รับโอน Part F (sunset) Project Manager Lead (EM รักษาการระหว่างนี้) ดูแลคิวงาน delivery ทีม SE Project Lead & Dev เจ้าของ delivery/code จริง รับ coaching + ส่ง friction Document Specialist (สังกัด Sales) เจ้าของ proposal/เอกสารลูกค้า Process & Quality Lead เจ้าของ audit · ISO 27001 (ISO 27001 อยู่กับ Consulting)
เส้นทึบ = ทำงานร่วมกันประจำ (สีเขียว = Software Engineer Project Lead/Dev) · เส้นประ = ขอบเขตที่ต้องประสานผ่านเจ้าของจริง หรือเป็นการส่งมอบ/รับโอนในอนาคต · กรอบข้อความบนเส้นคือความสัมพันธ์แบบย่อ รายละเอียดเต็มอยู่ในกล่องแต่ละตำแหน่งและตารางด้านล่าง

ไม่อยู่ใน scope ของตำแหน่งนี้ (ข้อ 1.2)

  • ความเป็นเจ้าของ project delivery — เป็นของ Software Engineer Project Lead / Dev
  • Process audit และการบังคับใช้ process — เป็นของ Process & Quality Lead
  • ความเป็นเจ้าของงานประมูล (bidding) การนำเสนอลูกค้า และ technical proposal ฉบับส่งลูกค้า — เป็นของ Solution Architect / EM รักษาการ
  • AI ฝั่งเอกสาร (proposal, minutes, เอกสารลูกค้า) — เป็นของ Document Specialist
  • การเป็น line manager — ไม่มีผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรง
§02 · ระบบความรับผิดชอบ

Part A–F: สิ่งที่ต้องทำเป็นหมวดหลัก

5 หมวดหลัก (A–E) คือแกนของตำแหน่ง วัดผลจากระดับการ adopt ของทีม ไม่ใช่ปริมาณงานที่ทำเอง ส่วน Part F เป็น "หมวกรอง" ที่ผูกเงื่อนไข sunset ไว้ชัดเจน

Part A

Agentic SDLC Pipeline Ownership

  • ใช้ MAS V3 ส่งงานจริงแบบ end-to-end ด้วยตนเองก่อนเสนอแก้ pipeline
  • เก็บ friction จาก Project Lead/Dev → ปรับปรุงเป็นรอบ release มี changelog
  • ทุกมาตรฐานใหม่ต้องผ่านอนุมัติ EM ก่อนประกาศใช้
  • รื้อ/แทนที่ของเดิมต้องมี current-state analysis note ก่อนเสมอ
  • ทำเอกสาร onboarding ให้ dev ใหม่ใช้ pipeline ได้เองโดยไม่พึ่ง EM
Part B

Prompt Library & Reusable AI Assets

  • ดูแล prompt library, skills, agent definitions แบบมี version control
  • คัดกรอง contribution จาก Project Lead/Dev แล้วประกาศเป็นมาตรฐาน
  • วัดการใช้ซ้ำจริง — asset ที่ไม่มีผู้ใช้ไม่นับเป็นผลงาน
Part C

AI Output Verification & Quality Gate

  • ตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำก่อน merge/ส่งมอบ (design/code/test) — EM คุมจุดตรวจ (gate)
  • สร้าง quality gate อัตโนมัติใน CI/CD และ n8n: test, security scan, AI-review
  • privacy-by-design ตั้งแต่ v1 — สอดคล้อง PDPA และ ISO 27001
  • รายงาน first-pass rate, defect หลุด และอัตราแก้ซ้ำผ่าน Plane
Part D

Token/Cost Visibility & Governance

  • รายงาน cost visibility ของ token/AI spend ต่อโปรเจกต์และ deliverable รายเดือน
  • เสนอทางเลือกโมเดล/เครื่องมือ โดยชั่งน้ำหนัก cost เทียบ capability
  • งบและเพดานเป็นอำนาจ EM — ตำแหน่งนี้เสนอและแจ้งเตือนเมื่อ trend ผิดปกติ
Part E

Coach Devs & Per-Role Enablement

  • Coach ผ่าน session กลุ่ม + ประกบรายคน + office hours
  • วัดผลจากจำนวน dev ที่ใช้ pipeline ได้ standalone ไม่ใช่ชั่วโมงสอน
  • ศึกษาวิธีทำงานเดิมก่อนสร้างเครื่องมือ — ไม่ทำงานแทนใคร
  • หลังทดลองงาน: ขยาย playbook ไป role อื่นผ่าน Project Manager Lead
Part F

Estimation & Solution Support

  • รับ estimate/solution ความยาก "ต่ำ–กลาง" ทั้ง internal และ external (easy feature) ผ่าน auto-route intake
  • ทุกชิ้นต้องมี boundary, assumption, เพดาน (บังคับ) + red-flag list (แนะนำ)
  • ทุกชิ้นผ่าน scope challenge (EM ช่วงแรก → PM Lead / SA เมื่อมีตำแหน่ง)
  • ไม่ใช้เกณฑ์ความแม่นยำเชิงตัวเลขของประมาณการกับตำแหน่งนี้
หมวกรอง — ทดลองงาน: ไม่กำหนดเพดานเวลา · sunset ทันทีเมื่อ Solution Architect เข้ารับตำแหน่ง หรือ EM เห็นว่าภาระงานหลักเต็ม → งาน solution ทั้งหมดกลับไปที่ Solution Architect
§03 · Roadmap ทดลองงาน 120 วัน

4 Phase · Proof Point · Gate

นับจากวันเริ่มงาน (D0) แบ่งเป็น 4 phase ละ 30 วัน ตัวเลขเป้าหมายทั้งหมดต้องยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรที่ Baseline Review (D14) ก่อน — ถ้าผล ② ที่ D120 จะมีการต่อขยายครั้งเดียวถึง D180

Phase 1 Learn & Baseline D0–D30 Phase 2 Improvements + Draft D31–D60 Phase 3 Team Adoption + Gate D61–D90 Phase 4 Institutionalize D91–D120 ต่อขยาย (ผล ②) → D180 D0 เริ่มงาน D14 Baseline Review D30 Gate + จุดตรวจ 1 D60 จุดตรวจ 2 D90 จุดตรวจ 3 D120 Final — ตัดสินผล D180 ตัดสินรอบสุดท้าย
จุดกลม = milestone · เพชรแดง = Gate D30 (บังคับทบทวนทันทีถ้า P1.1 ไม่เกิดขึ้น) · เพชรเทา = checkpoint · debrief ระหว่างทางทุก 2 สัปดาห์ไม่แสดงในภาพ
Phase 1Learn & BaselineD0–D30
P1.1
ส่งงานจริงอย่างน้อย 1 ชิ้นผ่าน MAS V3 เต็มวง (mas-ba → mas-architect → mas-code → mas-test) ด้วยตนเอง โดยยังไม่แก้ pipeline
หลักฐาน: artifact ครบทุก phase ใน repo/Plane
P1.2
Friction log จากการใช้งานจริง + สัมภาษณ์ Project Lead/Dev อย่างน้อย 4 คน พร้อมจัดลำดับ pain
หลักฐาน: friction log ใน Plane
P1.3
Baseline report: ระดับการใช้ AI ของทีม, AI spend ปัจจุบัน, first-pass rate โดยประมาณ — ใช้เทียบ K1–K5
หลักฐาน: baseline doc + นัดหมาย Baseline Review D14
P1.4
Demo/walkthrough ผลงาน AI เดิมต่อ EM เชิงลึก 1 ครั้ง พร้อมสรุประดับความพร้อมใช้งานจริงของแต่ละโปรเจกต์
หลักฐาน: บันทึก session
P1.5
ส่ง estimate ชิ้นแรก (internal หรือ external) พร้อม boundary, assumption, เพดาน — red-flag list เป็นส่วนแนะนำ
หลักฐาน: estimate doc ใน Plane
Gate D30: หาก P1.1 ไม่เกิดขึ้นภายใน D30 โดยไม่มีปัจจัยภายนอก → ทบทวน ramp plan ทันที ไม่รอถึง D60
Phase 2First Improvements + Standard DraftD31–D60
P2.1
ปรับปรุง pipeline อย่างน้อย 2 รายการจาก friction log — ทุกรายการมี current-state note + อนุมัติจาก EM
หลักฐาน: PR/changelog พร้อมผล before/after
P2.2
ประกาศใช้ prompt library v1 — โครงหมวด + asset ชุดแรกอย่างน้อย 5 ตัว พร้อม version control
หลักฐาน: repo library + ประกาศใน Plane
P2.3
AI Output Verification Standard ฉบับ draft ครอบคลุม design/code/test + PII/privacy-by-design พร้อมรีวิวรอบแรก
หลักฐาน: standard doc + minutes การรีวิว
P2.4
เริ่ม coaching: session กลุ่มครั้งแรก + ประกบ dev รายคนอย่างน้อย 2 คน
หลักฐาน: session note + feedback ใน Plane
P2.5
Cost tracking v1 — รายงาน AI spend/token ต่อโปรเจกต์ รอบเดือนแรก
หลักฐาน: cost report ฉบับที่ 1
P2.6
ส่งงาน solution/estimate ประเภท easy feature ของลูกค้า/งานประมูล อย่างน้อย 1 ชิ้นภายใน D60
หลักฐาน: estimate doc + บันทึก scope challenge
Phase 3Team Adoption + Gate ใช้จริงD61–D90
P3.1
โปรเจกต์ active อย่างน้อย 2 โปรเจกต์ใช้ pipeline/prompt library เวอร์ชันปัจจุบัน โดย Project Lead/Dev ดำเนินการเอง
หลักฐาน: Plane ของโปรเจกต์ + artifact
P3.2
ประกาศ verification standard v1 + quality gate อัตโนมัติทำงานจริงอย่างน้อย 1 gate ใน CI หรือ n8n
หลักฐาน: gate run log + ประกาศ standard
P3.3
Cost report ครอบคลุมอย่างน้อย 90% ของ AI spend ฝั่ง engineering พร้อม cost ต่อ deliverable
หลักฐาน: cost report ฉบับที่ 2–3
P3.4
Dev อย่างน้อย 2 คนขยับระดับการใช้ agentic workflow เทียบ baseline (P1.3) ตามเกณฑ์ที่ยืนยันที่ D14
หลักฐาน: ผลงานจริง + review ของ EM
P3.5
Estimate สะสมอย่างน้อย 4 ชิ้น (external ≥1 ชิ้น) ชิ้นหลังชิ้นแรกผ่าน scope challenge โดยไม่ขยาย scope นัยสำคัญ
หลักฐาน: estimate docs + บันทึก scope challenge
Phase 4Institutionalize & ตัดสินD91–D120
P4.1
เอกสาร onboarding ของ pipeline/library/standard ครบ — ผู้ใช้ใหม่เริ่มงานได้โดยไม่พึ่ง EM หรือผู้ดำรงตำแหน่งแบบ manual
หลักฐาน: onboarding doc + ทดสอบกับผู้ใช้จริง 1 คน
P4.2
รายงานผลรวมทดลองงาน: K1–K7 เทียบ baseline + แผนปีถัดไป + roadmap ของ per-role playbook ผ่าน PM Lead
หลักฐาน: summary report + นำเสนอต่อ EM
P4.3
รับโอนจากผู้รักษาการสมบูรณ์ — EM ไม่ต้อง operate pipeline รายวัน คงบทบาท approver ของมาตรฐาน
หลักฐาน: ข้อตกลง ownership เป็นลายลักษณ์อักษร
§04 · KPI Dashboard

K1–K7 — ตัดสินที่ D120

"ผ่าน" หมายถึงเป็นไปตามเกณฑ์ ณ D120 · core ใช้ตัดสินผลหลักช่วงทดลองงาน · system วัดสุขภาพระบบ · discipline วัดวินัยการทำงาน — K6 อยู่ในกลุ่ม core เฉพาะช่วงทดลองงานเท่านั้น

KPIMetricเกณฑ์ผ่านกลุ่มหน้าที่
K1
Pipeline Adoption
จำนวนโปรเจกต์ active ที่เดินผ่าน MAS V3/มาตรฐาน ≥2 โปรเจกต์ภายใน D90 คงอยู่ถึง D120 ไม่มีทีมเลิกใช้กลางทางโดยไม่มีบันทึก core Part A
K2
Prompt Library ถูกใช้จริง
จำนวน asset ในไลบรารี + จำนวนที่ถูกใช้ซ้ำโดยผู้ที่ไม่ใช่ผู้สร้าง ≥8 asset และ ≥5 ตัวถูกใช้ ≥2 ครั้งโดยผู้อื่น (asset ไร้ผู้ใช้ไม่นับผลงาน) system Part B
K3
Verification Standard & Gate
ประกาศใช้ standard, first-pass rate, critical defect หลุด UAT/production ประกาศใช้ภายใน D90 · first-pass ≥70% ช่วง D91–D120 · defect วิกฤต = 0 core Part C
K4
Token/Cost Visibility
รอบ cost report รายเดือน + coverage ของ AI spend ≥3 รอบ · coverage ≥90% · ตัวเลขจริง ≥2 โปรเจกต์ + ข้อเสนอ optimize ≥1 รายการที่ EM รับไปใช้ system Part D
K5
Coaching & Team Capability
จำนวน session/ประกบราย + จำนวน dev ที่ระดับ agentic ขยับขึ้น session กลุ่ม ≥3 + ประกบ ≥2 คน · dev ถึงระดับ standalone ≥2 คน · feedback ผู้เรียนเฉลี่ยเชิงบวก core Part E
K6
Estimation & Solution Support Quality
จำนวนงาน intake, ตรงเวลา, ผ่าน scope challenge, ครบเอกสารบังคับ ≥5 ชิ้น (external ≥2) · ตรงเวลา 100% · ผ่าน scope challenge ≥2/3 ชิ้นหลังสุด · เอกสารครบ 100% core · เฉพาะช่วงทดลองงาน Part F
K7
Working Discipline
สัดส่วน current-state note ก่อนรื้อ, อัปเดต Plane รายสัปดาห์, แจ้งล่วงหน้าเมื่อเลื่อน current-state note 100% · อัปเดต Plane ≥90% ของสัปดาห์ · แจ้งล่วงหน้า ≥2 วันทำการ 100% discipline ข้อ 1.6

Red Flags — ทำให้ "ไม่ผ่าน" ทันทีไม่ว่า KPI อื่นจะเป็นอย่างไร

  • รายงานสถานะ/ตัวเลขไม่ตรงข้อเท็จจริงใน Plane หรือปกปิดปัญหา
  • ส่งข้อมูลลูกค้า/ข้อมูลอ่อนไหวเข้า external AI service นอกแนวทางบริษัท
  • รื้อ/แทนที่เครื่องมือที่ทีมใช้อยู่โดยไม่มี current-state note และไม่ได้รับอนุมัติ EM จนกระทบงานส่งมอบ
§05 · การตัดสินที่ D120

ลำดับการพิจารณา ①②③

ตรวจ red flag ก่อนเสมอ — ถ้าพบ จบที่ ③ ทันที ถ้าไม่พบจึงไล่ตรวจเงื่อนไข ① ก่อน แล้วจึง ② เมื่อไม่เข้าเงื่อนไขใดเลย ผลเป็น ③ เสมอ

ประเมินผลที่ D120 พบ Red Flag? ข้อ 2.3.3 ไม่พบ พบ เข้าเงื่อนไข ① ครบถ้วน? core 4/4 + อีก 3 ตัว ≥2/3 เข้า ① ผ่านการทดลองงาน รับ ownership เต็ม ไม่เข้า เข้าเงื่อนไข ② (ขยายได้)? core ≥3/4 + trend ดีขึ้น เข้า ② ขยายถึง D180 ครั้งเดียว · ไม่ขยายซ้ำ ไม่เข้า ③ ไม่ผ่าน ปรับ role หรือยุติการจ้าง
เส้นแดงบนขวา = ทางลัดเมื่อพบ red flag ตัดตรงไปที่ผล ③ โดยไม่ต้องตรวจเงื่อนไขอื่นก่อน

① ผ่านการทดลองงาน

K1,K3,K5,K6 ผ่านครบ 4 ตัว และ K2,K4,K7 ผ่าน ≥2/3 (ตัวที่ไม่ผ่านต้อง ≥80% ของเกณฑ์ ไม่มี red flag) → รับ ownership เต็ม ตั้ง KPI ประจำปีใหม่ K6 ออกจากกลุ่ม core

② ขยายการทดลองงาน

KPI core ผ่าน ≥3/4 และตัวที่ไม่ผ่านมี trend ดีขึ้นชัดเจน หรือมีปัจจัยภายนอกที่บันทึกไว้ → ขยายเฉพาะ KPI ที่ค้าง ครั้งเดียวไม่เกิน 60 วันถึง D180

③ ไม่ผ่าน

ทุกกรณีที่ไม่เข้า ① และ ② รวมถึงมี red flag → หากผล K6/solution โดดเด่น อาจเสนอปรับ role ไปทาง solution ถ้ามีตำแหน่งรองรับ มิฉะนั้นยุติการจ้าง

§06 · จังหวะ Check-in

เนื้อหาในแต่ละจุดตรวจ

D14
Baseline Review
ยืนยันตัวเลขเป้าหมาย K1–K7 เป็นลายลักษณ์อักษร, เกณฑ์ระดับ dev (K5b), เช็กลิสต์ระดับ detail (K6e), รายชื่อโปรเจกต์เป้าหมาย K1
D30
จุดตรวจ 1 + Gate
ผล Phase 1 ทั้ง 5 รายการ และ Gate D30 — ทบทวน ramp plan ทันทีถ้า P1.1 ไม่เกิดขึ้น
D60
จุดตรวจ 2
ผล Phase 2 + สถานะ K1–K7 เชิง leading indicator — KPI สถานะแดงต้องมีแผนแก้ไขร่วมกัน
D90
จุดตรวจ 3
ผล Phase 3 + ยืนยันว่า KPI ทุกตัววัดได้จริง — ตัวที่วัดไม่ได้ด้วยปัจจัยภายนอกให้ปรับเกณฑ์เป็นลายลักษณ์อักษร
D120
Final
ตัดสินตามผัง ①②③ พร้อมคำตัดสินเป็นลายลักษณ์อักษรและตัวเลขจริง
ทุก 2 สัปดาห์
Debrief ระหว่างทาง
สถานะงาน อุปสรรค และการสนับสนุนที่ต้องการ ใช้เวลา 30 นาที
§07 · ข้อผูกพันขององค์กรก่อนเริ่มงาน

Week-1 Pre-Flight Checklist

ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์แรกนับจาก D0 — ถ้าองค์กรไม่ทำตามข้อผูกพันนี้ KPI ที่ได้รับผลกระทบจะไม่ถูกนับเป็นผลลบของผู้ดำรงตำแหน่ง (ข้อ 2.6.3)

Walkthrough MAS V3 และ 18-Step SDLC พร้อมสิทธิ์เข้าถึง repo, Plane, เครื่องมือ AI ให้ครบภายใน D1–D3
Engineering Manager
มอบงานจริงชิ้นแรกสำหรับ P1.1 พร้อมรายชื่อโปรเจกต์และบุคคลสำหรับ friction interview
Engineering Manager
เปิดเผยตัวเลข AI spend ปัจจุบันเท่าที่มี และงบเครื่องมือ AI ของทีม
Engineering Manager
ประกาศต่อทีมถึงขอบเขตของ AI Workflow Lead พร้อมแนะนำต่อ Project Lead, Document Specialist, Consulting
Engineering Manager
ตั้งกลไก intake งาน solution กับ Sales ให้ auto-route มาที่ตำแหน่งนี้โดยตรง พร้อมกลไกคุมภาระงาน — ต้องเสร็จก่อนงานชิ้นแรกเข้า
Engineering Manager
กำหนดคิวงาน estimate ของหมวกรอง เริ่มชิ้นแรกภายใน D30, ตกลง template (boundary/assumption/เพดาน), เช็กลิสต์ระดับ detail
EM + Consulting
ทบทวนเอกสารในวันเริ่มงาน ยืนยันเป้าหมาย ลงนามรับทราบ และนัดหมาย check-in ทุกจุดลงปฏิทินล่วงหน้า
EM + ผู้ดำรงตำแหน่ง
ดำเนินการค่าตอบแทน วันเริ่มงาน work model และ reference check ให้แล้วเสร็จก่อนลงนามสัญญาจ้าง
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล